วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ติดตั้ง GIMP 2.8.2 บน Ubuntu 12.04 LTS

สำหรับคนที่เล่น Ubuntu 12.04 LTS น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า โปรแกรมที่มีใน LTS จะไมีอัพเกรดข้ามเวอร์ชั่น ตัวอย่างเช่น GIMP 2.6 จะไม่ถูกอัพเกรดเป็น GIMP 2.8 เพราะคนละเวอร์ชั่น LTS จะอัพเกรดเฉพาะ Minor เวอร์ชั่นเท่านั้น ปัญหาคือเราจะใช้ feature ใหม่ใน GIMP ได้อย่างไร ถ้าไม่ติดตั้ง Ubuntu เวอร์ชั่นใหม่ ?? คำตอบง่ายๆ คือใช้ PPA ครับ เราสามารถติดตั้งโปรแกรมรุ่นใหม่ๆ จากนักพัฒนาโดยผ่าน PPA ได้ และเราจะมาติดตั้ง GIMP 2.8 บน Ubuntu 12.04 กันครับ



เริ่มแรกเพิ่ม PPA ลงไปก่อนใช้คำสั่ง



sudo add-apt-repository ppa:otto-kesselgulasch/gimp



สั่งอัพเดทข้อมูล repo



sudo apt-get update



ติดตั้ง GIMP



sudo apt-get install gimp



เท่านี้เราก็ได้ GIMP 2.8 มาใช้งานแล้ว ขอให้มีความสุขกับการใช้ GIMP ครับ :)


วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เริ่มใช้ Cloud ง่ายๆ กับ OpenShift Online

OpenShift เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เขียนบทความอะไรที่เป็นจริงจังมากนัก เอาเป็นว่าครั้งนี้มามัดรวมและสรุปการใช้งาน OpenShift Online กัน หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมถึงมีคำว่า Online ต่อท้าย ที่มีคำว่า Online ต่อท้ายก็เพราะว่า RedHat เปลี่ยนแนวทางของ OpenShift ครั้งใหม่ โดยแบ่งออกเป็น




  1. OpenShift Origin เป็นโครงการโอเพนซอร์สสามารถเอาซอร์สโค้ดไปพัฒนาต่อได้ หรือนำเอาไปใช้งานได้

  2. OpenShift Online เป็น OpenShift ที่ให้บริการที่อยู่ในรูปแบบ Public Cloud

  3. OpenShift Enterprise เป็นบริการเพิ่มจาก RedHat Enterprise สำหรับองค์กรที่ต้องการติดตั้งและใช้งาน OpenShift ในองค์กร



ครั้งนี้เราจะมาพูดถึง OpenShift Online กันครับ เนื่องจากจับต้องได้ง่ายกว่า สำหรับ OpenShift Online ท่านที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย เริ่มแรก OpenShift จะให้ใช้งานฟรีอยู่ที่ 3 Gears ถ้าต้องการใช้งานเพิ่มหรือต้องการ Scale มากกว่า 3 Gears ต้องสมัคร Silver Plan คือจ่ายค่าส่วนกลางรายเดือน $20 และจ่ายค่าเช่าใช้แบบ Pay-per-Use ต่อ Gear อีกต่างหาก รายละเอียดในเรื่องของค่าใช้จ่ายดูได้ที่หน้า Pricing



มาเริ่มกันเลยได้ว่า สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกไว้แล้วสามารถเลือกการใช้งาน OpenShift Online ได้ 3 ทาง คือ




  1. ผ่านหน้าเว็บ

  2. ผ่าน Command line

  3. ผ่าน IDE ที่รองรับ เช่น JBOSS IDE เป็นต้น



ขอแนะนำการใช้งานผ่าน Command line ก่อนก็แล้วกัน เพราะการใช้งานผ่านหน้าเว็บจะง่ายกว่า :P สำหรับการใช้งานผ่าน Command line สามารถใช้ได้กับทุกระบบปฏิบัติการ ขอให้มี
1. Ruby 1.8.7 ขึ้นไป
2. Git



หลังจากนั้นให้ติดตั้ง RedHat Cloud Client โดยใช้คำสั่ง



gem install rhc



เมื่อติดตั้ง RedHat Cloud Client เรียบร้อยแล้ว ตัวโปรแกรมจะให้เรา Login เข้าสู่ระบบของ OpenShift จากนั้นก็จะลงทะเบียน ssh public key เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็มาสร้าง Application บน Cloud ได้เลย OpenShift ใช้คำว่า Programming Cartridge แทนภาษาที่คุณใช้ เช่น ถ้าคุณเขียนภาษา PHP คุณสามารถเลือก Cartridge ได้หลายแบบ เช่น PHP, ZendServer, CakePHP, cakeStrap, CodeIgniter เป็นต้น แต่ OpenShift จะมี Cartridge ที่เป็น Instante App ให้ด้วย เช่น Drupal, Wordpress, Dukuwiki เป็นต้น สำหรับการเลือก Cartridge ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการ Cartridge แบบใด บาง Cartridge ไม่สามารถ Scale ได้อัตโนมัติ บาง Cartridge สามารถ Scale ได้ต้องอ่านรายละเอียดของ Cartridge นั้นๆ ให้ดี
มาสร้าง Application กันเลย ใช้คำสั่ง



rhc app create myfirstapp php-5.3



คำสั่งข้างต้นจะสร้าง App ที่ชื่อว่า myfirstapp ที่ใช้ภาษา PHP รุ่น 5.3 เป็นภาษาที่ใช้ในการพัฒนา หากต้องการให้ App สามารถ Scale ได้ ให้ใช้คำสั่ง



rhc app create -s myfirstapp php-5.3



หากต้องการฐานข้อมูลก็ให้เพิ่ม Cartridge เข้าไปเพิ่ม เช่น MySQL เป็นต้น



rhc cartridge add -a myfirstapp -c mysql-5.1



สำหรับการ Scale เราสามารถตั้งค่าจำนวน instance ต่ำสุดและสูงสุดที่จะเพิ่มได้ ยกตัวอย่างเช่น มีโควต้าทั้งหมด 16 Gears ใช้ไปแล้ว 3 Gears (PHP, MySQL, HA Proxy) ต้องการ Scale มากที่สุด 6 น้อยที่สุด 3 ใช้คำสั่งดังนี้



rhc cartridge scale php-5.3 -a myfirstapp --min 3 --max 6



เขียนมายาว ทั้งหมดนี้สามารถตั้งค่าได้จาก Web Console ได้เช่นเดียวกัน สำหรับเอา Application ขึ้น/ลง จะใช้ Git ทุกๆ App จะมี Git repository เป็นของตัวเอง และการใช้ Git คุณก็สามารถ merge code จาก repository อื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น repository ของคุณเอง หรือจาก GitHub ก็ได้


วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เอเอ็มดีเข้าร่วม The Document Foundation ปรับปรุงให้ออฟฟิศใช้ GPU ประมวลผล

เอเอ็มดีเข้าร่วมบอร์ดที่ปรึกษาของ The Document Foundation (TDF) ที่ดูแลการพัฒนา LibreOffice นับเป็นบอร์ดรายที่สิบเอ็ด โดยสิบรายแรกนั้นมีชื่อบริษัทที่เราคุ้นชื่อ เช่น กูเกิล, เรดแฮต, SUSE, และอินเทล



เอเอ็มดีแสดงเหตุผลของความต้องการที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบอร์ด คือ การนำเทคโนโลยี HSA เข้าไปประมวลผลร่วม ตัวสำคัญที่สุดคือการทำงานของสเปรตชีต ที่น่าจะปรับปรุงความเร็วในกรณีของไฟล์ขนาดใหญ่ที่มีการคำนวณซับซ้อนได้



หากหลังจากนี้มีการส่งแพตซ์จากเอเอ็มดีเข้ามายัง TDF คนได้รับประโยชน์ก็น่าจะเป็นเฉพาะคนที่ใช้ชิป APU ของเอเอ็มดีเป็นหลัก แต่การปรับโครงสร้างภายในใหม่ให้รองรับเอกสารขนาดใหญ่ก็น่าจะทำให้ LibreOffice ทำงานเร็วขึ้นบนทุกแพลตฟอร์ม รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะออปติไมซ์ความเร็วด้วยเทคโนโลยีที่ผู้ผลิตอื่นรองรับ เช่น OpenCL



ที่มา - Blognone


วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อบรมหลักสูตร Pentaho Training for User & Implementor

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ บริษัท โกอิ้งเจ็ส จำกัด จัดอบรมหลักสูตร Pentaho Training for User&Implementor



ระยะเวลาอบรม 3 วัน มีทั้งหมด 4 รอบ ดังนี้




  • 07 ส.ค. 56 - 09 ส.ค. 56

  • 14 ส.ค. 56 - 16 ส.ค. 56

  • 21 ส.ค. 56 - 23 ส.ค. 56

  • 04 ก.ย. 56 - 06 ก.ย. 56



ค่าใช้จ่าย จากราคาปกติ 13,000 บาท/คน (ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ลดเหลือเพียง 5,000 บาท/คน



ส่วนลดพิเศษ




  • สมัครอบรมพร้อมกัน 2 คน/หน่วยงาน ลดเหลือเพียง 4,000 บาท/คน

  • ผู้ที่สมัครและชำระค่าอบรมภายใน 24 กรกฎาคม 2556 จะได้รับส่วนลดพิเศษ 10%


    • สมัครเรียน 1 คน ราคา 5,000 บาท ลดเหลือ 4,500 บาท

    • สมัครเรียน 2 คน ราคา 8,000 บาท ลดเหลือ 7,200 บาท




สนใจสมัครอบรม และอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.goingjesse.com


วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อบรม Alfresco eDocument ห้ามพลาด!

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับ บริษัท บีเกียร์ จำกัด จัดอบรม Alfresco ระบบบริการจัดการเอกสารแบบโอเพนซอร์ส เพื่อนำไปใช้พัฒนาระบบบริหารจัดการเอกสารในองค์กร โดยจัดอบรม 2 หลักสูตร ได้แก่




  1. หลักสูตร Alfresco for User เป็นหลักสูตรที่เน้นการใช้งาน Alfresco การประยุกต์ใช้งาน การนำเข้าเอกสาร และการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสาร การใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถือและ tablet เป็นต้น

  2. หลักสูตร Alfresco for Implementer เป็นหลักสูตรที่เน้นในการอบรมให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ สามารถนำ Alfresco ไปประยุกต์ใช้งานในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อหาของหลักสูตรจะเน้นไปที่การนำ Alfresco ไปใช้จัดการ content หรือ document ในแผนกต่างๆ เช่น ฝ่ายบัญชี, ฝ่ายกฏหมาย, ฝ่ายจัดซื้อ เป็นต้น



สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้ในราคาพิเศษ 4,900 บาท (จากราคาปกติ 17,800 บาท) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bgear.co.th


วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

Ubuntu Phone ได้พันธมิตรโอเปอเรเตอร์ 8 ราย

โครงการ Ubuntu Phone เริ่มมีอนาคตสดใสมากขึ้น เมื่อบริษัท Canonical ประกาศตั้งกลุ่มที่ปรึกษาจากโอเปอเรเตอร์ 8 รายทั่วโลกในชื่อ Carrier Advisory Group เข้ามาร่วมกำหนดทิศทางพัฒนาโครงการ Ubuntu Phone



โอเปอเรเตอร์ที่เปิดเผยชื่อมี 7 รายได้แก่ Deutsche Telekom, Everything Everywhere, Korea Telecom, Telecom Italia, LG UPlus, Portugal Telecom, SK Telecom ส่วนอีกรายเป็นโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ของสเปนที่ไม่เผยชื่อ (คาดว่าเป็น Telefonica ที่ประกาศหนุน Firefox OS อยู่ด้วย)



กลุ่ม Carrier Advisory Group ยังไม่ตัดสินใจขาย Ubuntu Phone กับเครือข่ายของตัวเอง แต่ก็มีสิทธิร่วมเป็นพันธมิตรเปิดตัวถ้าตัดสินใจร่วมวงด้วยจริงๆ นอกจากนี้ยังมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลและแผนงานของ Ubuntu Phone จากทั้งบริษัท Canonical และพันธมิตรผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ด้วย



ตามแผนของ Canonical ระบุว่าเราจะได้เห็น Ubuntu Phone วางขายจริงช่วงต้นปี 2014 ครับ



ที่มา: Blognone


วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

มาเล่น Android Studio กัน

งาน Google I/O 2013 ที่ผ่านมาก็เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามีเครื่องมือในการพัฒนา Android App มาใหม่ ชื่อ Android Studio เจ้า Adnroid Studio นี้มีข่าวลือมานานแล้ว ว่า Google จะออกเครื่องมือลักษณะนี้ขึ้นมา เริ่มตั้งแต่การเอา Eclipse มารวมร่างกับ ADT เป็นชุดเดียวกัน ตั้งชื่อเป็น ADT Bundle เหมาะสำหรับนักพัฒนาที่ไม่ต้องการวุ่นวายกับ Eclipse มากนัก เอาเป็นว่า ADT Bundle ไม่ใช่ Android Studio แล้ว Android Studio เป็นอย่างไร



Android Studio พัฒนาต่อยอดมาจาก IntelliJ คนเขียนภาษา Java อาจจะชื่นชอบกันมาก เพราะ IDE ตัวนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบใช้ shotcut key และการพิมพ์ หน้าตา Android Studio ก็เป็นอย่างนี้ครับ เหมือน IntelliJ เดะๆ





การใช้งานก็เหมือนกัน เพื่อไม่ให้เป็นการสับสนทาง IDE ก็ขอทำรายการ Shotcut ไว้สักหน่อย




  • Alt+1 = เปิด/ปิด Project Explorer

  • Alt+7 = เปิด/ปิด Structure Explorer

  • Alt+2 = เปิด/ปิด Favorites

  • Alt+6 = เปิด/ปิด Android DDMS

  • Alt+left arrow, Alt+right arrow = เลือก Tab ซอร์สโค้ดที่เปิดอยู่

  • Ctrl+N = สร้างไฟล์ใหม่

  • Ctrl+Y = ลบบรรทัด

  • F4 = เปิดซอร์สโค้ด

  • Ctrl+Alt+Shift+N = ค้นหาตาม symbol

  • Ctrl+P = แสดง parameter ของ method ที่เลือกอยู่

  • Ctrl+Q = แสดง Doc ของ API ที่เลือกอยู่

  • Ctrl+Alt+L = จัดรูปแบบโค้ด

  • Alt+Enter = Project Quick Fix

  • Ctrl+Shift+A = ค้นหาคำสั่ง

  • Ctrl+F9 = Build

  • Ctrl+F10 = Build and run