วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

มาเขียน Mobile HTML5 App กัน ตอน ภาพสวยใน Flickr

บริการคลังเก็บภาพถ่ายอย่าง Flickr มีช่องทางสำหรับนักพัฒนา App สามารถที่จะเรียกใช้งานได้ซึ่งมีมาตั้งนานแล้ว ผ่านทาง Flickr API ซึ่งแน่นอนว่าสามารถอัพโหลดภาพผ่านทาง API ได้ และดึงข้อมูลภาพเอามาแสดงผลได้เช่นกัน วิธีการก็ง่ายมากครับ




  1. ต้องสมัคร Flickr API กันก่อน

  2. เลือกช่างกล้องที่เราชื่นชอบ ผมชอบงานถ่ายภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ท่านหนึ่ง คือ คุณFordAntiTrust ครับ

  3. ดู Flickr API ที่เราสามารถเลือกใช้ได้ http://www.flickr.com/services/api



มีแค่นี้ครับ ผมเลือกใช้ Method ที่ชื่อว่า flickr.photosets.getPhotos ค่าตัวแปรที่ต้องใช้งานกับ Method นี้คือ API_KEY และ PhotoSet ID ให้เราลองสร้าง REST Request เพื่อให้ได้ข้อมูลเล่นๆ บน Browser กันก่อน ดังนี้



http://api.flickr.com/services/rest/?&method=flickr.photosets.getPhotos&api_key=YOUR-KEY&photoset_id=YOUR-PHOTOSET-ID&format=json&jsoncallback=?



เปลี่ยนค่าตามค่าที่คุณต้องการ ก็จะได้ค่า JSON กลับมาแบบงงๆ อย่างนี้



jsonFlickrApi({"photoset":{"id":"72157626549802465", "primary":"5523106788", "owner":"14143570@N00", "ownername":"Ford AntiTrust", "photo":[{"id":"5523106788", "secret":"ff8af2e14e", "server":"5057", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (2)", "isprimary":"1"}, {"id":"5522518723", "secret":"b006460b92", "server":"5292", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (6)", "isprimary":"0"}, {"id":"5522517811", "secret":"a3e3900d7f", "server":"5252", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (4)", "isprimary":"0"}, {"id":"5522518261", "secret":"e4c4373a3f", "server":"5219", "farm":6, "title":"dear - cu-cheer-66 (5)", "isprimary":"0"},"page":1, "per_page":500, "perpage":500, "pages":1, "total":"29"}, "stat":"ok"})



เรียกได้ว่าสุดมึน คำถามคือ "ภาพอยู่แห่งหนใด" แล้วจะเอามันออกมาโชว์ได้ยังไง? ต่อให้ Parse JSON ได้แลัวภาพอยู่ไหนอ้ะ T_T วิธีการแปลข้อมูลอยู่ที่ Flickr Photo Source URLs ซึ่งข้อมูลจะใช้ REST เช่นเคย ในการแสดงข้อมูลภาพ งงไหม REST ซ้อน REST ไม่ต้องสนใจก็ได้ครับ มันเป็นเรื่องของโครงสร้างการจัดการข้อมูล เอาเป็นว่าโครงสร้าง URL ที่เราจะใช้กันมีดังนี้



http://farm{farm-id}.staticflickr.com/{server-id}/{id}_{secret}_[mstzb].jpg



ค่าที่เราจะเอามาใช้จาก JSON ข้าต้นได้แก่ farm-id, server-id, id, secret และ option ภาพที่เราต้องการ แบ่งเป็น




  • s ภาพขนาด 75x75

  • t ภาพ thumbnail 100px

  • m ภาพขนาด 240px

  • z ภาพขนาดกลาง 640px

  • b ภาพขนาดใหญ่ 1024px

  • o ภาพต้นฉบับ



จากตัวอย่าง JSON ข้างต้น เราลองมาหาภาพแต่ละขนาดกันครับ



แทนค่าสมการกันดีกว่า http://farm6.staticflickr.com/5057/5523106788ff8af2e14ez.jpg เราจะได้ภาพดังนี้









เอาล่ะเริ่มมีกำลังใจกันแล้วใช่มั๊ยครับ เราก็ใช้ http://jsfiddle.net ในการเขียนโค้ดและทดสอบโค้ดกัน





เมื่อได้ทดสอบ jQuery Code และ CSS กันอย่างพอใจแล้ว ก็มาประกอบร่างกันใน jQuery Mobile แล้วไป Build ต่อโดยใช้ PhoneGap Build เราก็จะได้ HTML5 App สำหรับ Mobile ในค่ายต่างๆ ได้แล้วครับ ตัวอย่างพอหอมปากหอมคอ





คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางในการพัฒนา HTML5 App ผนวกกับ APIs ต่างๆ บน Cloud ได้ครับ ตัวอย่างในครั้งต่อไปยังนึกไม่ออกครับ คิดว่าคงมีโอกาสมาเขียนอีกครับ :)


เครื่องมือเขียน HTML5 Apps แบบยาจก

ผมมักจะชินกับการใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่ออกจะดูวิเศษเสมอๆ อย่าง Adobe Dreamweaver, Web Matrix แต่เมื่อไม่มีตังค์ซื้อก็เลยต้องประยุกต์บริการต่างๆ เข้ามาเพื่อให้การเขียน App ทำได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว คิดว่าหลายๆ ท่านคงเคยใช้ Notepad ในการเขียน HTML ใช่มั๊ยครับ แน่นอนมันยากและมึนด้วย วันนี้เลยจะมาแนะนำเครื่องมือในการเขียน HTML5 App สำหรับ Desktop, Mobile, Tablet App กันครับ เครื่องมือที่ผมใช้แบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้



เครื่องมือเกี่ยวข้องกับ Editor




  • gEdit เครื่องมือปกติที่ผู้ใช้ Ubuntu หรือ Gnome Based Distribution ใช้กันอยู่แล้ว ข้อดีของ Gnome คือมันมีสีแยกแยะ Syntax ทั้ง HTML, Javascript และ CSS ทำให้เห็นข้อผิดพลาดของโค้ดจากสีที่แสดงผลได้ง่าย

  • Eclipse สำหรับตัวนี้ผมมักจะใช้เขียน Android App มากกว่าที่จะเขียน HTML5 App แต่ก็สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี เพราะ plugin ที่เราสามารถติดตั้งเพิ่มเติมเองได้ ก็ทำให้คุณสมบัติของ Eclipse เพิ่มมากขึ้นด้วย



เครื่องมือทดสอบ/ทดลองโค้ด




  • JSONLint เป็นเครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องของ Syntax แบบ JSON ข้อดีนอกจากการ Validate แล้วยังมีในเรื่องของการจัดรูปแบบของข้อมูลทำให้เราเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นด้วย

  • JSFiddle เป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่รวมรวมเอาการเขียนโค้ดทั้งในรูปแบบของ HTML, CSS, Javascript พร้อมการแสดงผลลัพท์ให้ดู ที่สำคัญยังสามารถเรียกใช้ Javascript Framwork ดังๆ อย่าง jQuery, Mootools, Prototype, YUI เป็นต้น



เครื่องมือคิวรีและดัดแปลงข้อมูล




  • YQL หรือ Yahoo! Query Language สามารถทำให้เราสามารถใช้คำสั่ง SQL ง่ายๆ อย่าง SELECT ในการจัดการข้อมูลบน Internet ได้ง่ายๆ จากหลากหลายบริการ เช่น Yahoo answer, AppDB, Flickr, RSS เป็นต้น โดยคุณสามารถกำหนดข้อมูล output ที่ต้องการได้ด้วย ซึ่งมีให้เลือก 2 รูปแบบคือ XML และ JSON

  • Pipes เป็นเครื่องมือดัดแปลงข้อมูลจาก Internet เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เราต้องการ Pipes เป็นอะไรที่สนุกมาก คุณสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากบริการที่แตกต่างเพื่อสร้างชุดข้อมูลใหม่ได้ เช่น เอา Youtube มาผนวกกับ Twitter เป็นต้น



เครื่องมือที่เกี่ยวกับ JavaScript Framework




  • jQuery Mobile ใช้สำหรับทำ Mobile Web หน้าตาจะออกแนวๆ iPhone App ใช้งานง่าย มีเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการเขียน Mobile App เช่น Touch UI เป็นต้น

  • PhoneGap เป็น JavaScipt + SDK ทำให้เราสามารถใช้งานอุปกรณ์ที่อยู่ในมือถือหรือ tablet ได้ง่ายๆ ผ่านทาง JavaScript เช่น กล้องถ่ายรูป, GPS, โทรศัพท์ ฯลฯ PhoneGap ยังมี Build Server สำหรับสร้าง App เพื่อใช้งานในมือถือค่ายต่างๆ ได้อีกด้วย จำได้ว่าเคยเขียน blog เกี่ยวกับ PhoneGap Builder ไปแล้ว

  • Sencha เป็นเครื่องมือ Javascript Framework อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจ แถมยังมีเครื่องไม้เครื่องมืออีกหลายอย่างให้ได้เล่นกัน



พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันครับ :)


วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2555

Firefox 10 มาแล้ว

อัพเดทล่าสุดจาก Mozilla Firefox ออกรุ่นใหม่แล้ว Firefox 10 พร้อมสนับสนุน CSS 3D สร้างประสบการใหม่ให้กับผู้ออกแบบเว็บไซต์ หลังจากให้คู่แข่งอย่าง WebKit นำหน้านาน สำหรับ CSS 3D เป็นยังไงดูได้ที่หน้าเว็บ Mozilla Hack ในส่วน WebGL ดูเนียนมากขึ้นใน Firefox 10 เนื่องจากสนับสนุนการแสดงผลแบบ anti-aliasing สำหรับ HTML5 ใน Firefox 10 รุ่นนี้สนับสนุน tag อีกด้วย สำหรับท่านที่ต้องการใช้งาน Firefox 10 ก็อัพเดทกันได้เลยครับ หากต้องการดาวน์โหลดมาติดตั้งก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่ mozilla.org


วันจันทร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2555

เพิ่มความสามารถให้ Chrome ด้วย AwesomeBar Extension

ช่วงหลังนี้ผมค่อนข้างมีปัญหากับ Firefox เลยหนีมาใช้ Chrome อยู่พักใหญ่ๆ ซึ่งโดยรวมก็โอเคดี แต่จะติดอยู่อย่างเดียวที่ Chrome ยังไม่สามารถแทน Firefox ได้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นคือ AwesomeBar ที่มีอยู่ใน Firefox



AwesomeBar เป็นความสามารถที่มีอยู่ใน Firefox ซึ่ง AwesomeBar นี้มันคือ Addressbar นั่นแหล่ะ มันจะจำได้ว่าเราเคยเข้าเว็บไซต์อะไรบ้าง แล้วเข้าบ่อยแค่ไหน ซึ่งในครั้งต่อๆ ไปที่เราพิมพ์ URL มันจะเสนอเว็บที่เราน่าจะเข้าขึ้นมาให้เลือกเลย ประมาณว่าเสริช URL จาก Addressbar นั่นเอง



แม้ว่า Chrome จะไม่มีความสามารถนี้มาให้ในตัว แต่เราสามารถใส่ความสามารถนี้เพิ่มเติมให้กับ Chrome ของเราได้ด้วย AwesomeBar Extension ท่านที่ใช้งาน Chrome อยู่ก็ลองหามาเล่นกันดูนะครับ


วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2555

เก็บตก Technology Trends 2012 และ Business Continuity

เนื่องจากติดภารกิจที่สำนักความปลอดภัยฯ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานก็เลยอดไปงานสัมนา Technology Trends 2012 ผม follow เอกสาร presentation ของ อ.ธนชาติ ที่ SlideShare อยู่ก็เลยได้ slide มานั่งดูคร่าวๆ ซึ่ง Technology Trends สำหรับบ้านเราและโดนใจกันมากที่สุดคงไม่ใช่ Cloud Computing แต่เห็นจะเป็นในเรื่องของ Business Continuity ที่บ้านเราขาดแคลนกันมาก เห็นได้จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา เราลองมาดู Trends ระดับโลกที่วิเคราะห์โดย Gartner มีดังนี้




  • Media tablets and beyond

  • Media-centric applications and interfaces

  • Social and contextual user experience

  • Application stores and marketplace

  • The Internet of everything

  • Next-generation analytics

  • Big data

  • In-memory computing

  • Extream low-energy servers

  • Cloud Computing



ผมเองไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการการวิเคราะห์ของ Gartner สักเท่าไร แต่เท่าที่สังเกตจะพบว่า Gartner ทายถูกเสมอหรือเพราะว่าทุกคนพยายามหันเข้าทาทิศทางของ Gartner กันแน่ แต่ที่สำคัญการวิเคราะห์ Trends ในแต่ละปีเป็นประโยชน์มาก Trends เหล่านี้เกิดขึ้นแล้วและจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การวิเคราะห์ของ Gartner จะช่วยให้เราปรับตัวให้ทันกับ Technoloy ที่จะเกิดขึ้นและมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์สำหรับองค์กรและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ถ้าสนใจก็ตามอ่านงานวิจัยของ Gartner ในแต่ละ Trends บ้างก็ดีครับ



กลับมาเรื่อง Business Continuity อย่างที่บอกว่าน้ำท่วมกรุงเทพฯ ทำให้อะไรหลายๆ อย่างที่เรามองข้ามมันจะวนกลับมา อย่างเช่น Business Continuity เรื่องนี้สำคัญมาก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างน้ำท่วม เราจะดำเนินธุรกิจของเราอย่างเป็นปกติได้อย่างไร? ผมขอแบ่งปันประสบการณ์ที่พบมากับตัวเองก่อนช่วงน้ำท่วม ซึ่งส่งผลทำให้ผมต้องวางแผน เพื่อให้เว็บไซต์ Thai Open Source เปิดให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง



เว็บไซต์ Thai Open Source ย้ายที่อยู่หลายครั้ง คือ ย้ายตาม Sever ว่ามันจะโดนโยกย้ายไปที่ไหน Server เราอยู่ที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ SIPA ซึ่ง SIPA ก็อยู่ในอาคาร B ศูนย์ราชการ การบริการ NOC ที่นี่ถือว่าอยู้ในระดับดี คือ บริการในเวลางานหลังจากเวลางานก็เจอกันอีกทีแปดโมงครึ่ง :) เหตุการณ์ที่ทำให้ผมตัดสินใจย้ายและทำ Disaster Recovery คือทางอาคารมีการซักซ้อมการรองรับสถานการณ์น้ำท่วมในแต่ละระดับความรุนแรง แต่หลังจากซ้อมเสร็จ พนักงานดันลืมเปิดวาล์วน้ำให้แอร์ที่จะส่งเข้ามายังห้อง Server ส่งผลให้เครื่อง Sever กว่า 50 เครื่อง อยู่ใน "เตาอบ" ใช่ครับ "เตาอบ" เหตุการณ์เกิดตอนวันศุกร์กว่าจะมีคนมาแก้ปัญหาก็เข้าสู่วันจันทร์แปดโมงเช้า ผมได้รายงานจาก Server ก่อนที่มันจะเดี้ยงผ่านทาง E-Mail มาว่า "ลาก่อน" นั่นหมายถึง "แย่แล้ว" มีใครดูเครื่องที่ NOC หรือยัง? และมันต้องแย่แล้วแน่ๆ วันจันทร์แปดโมงเช้าผมก็ตัดสินใจเด็ดขาดปรึกษากับคุณมะระ (@gumara) เราจะย้ายและหา "บ้านที่เหมาะสมและเราสามารถจัดการสถานการเหล่านี้ได้" โดยไม่ต้องรอใคร เราสามารถจัดการได้เอง ได้คุณมะระช่วยเหลือในเรื่องการทำ DR Site โดยเว็บไซต์ Thai Open Source และผองเพื่อน ไปไว้ที่ Virtual Private Cloud ในต่างประเทศ เพื่อ "หนีน้ำท่วม ไฟไหม้" หลังจากเหตุการครั้งนั้น ก็เจอเหตุการณ์น้ำท่วมตามมา แต่เว็บ Thai Open Source ไม่ได้อยู่ใน NOC ของ SIPA แล้ว ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะไม่ไหล ไฟจะดับ ห้อง NOC ไฟไหม้อีกต่อไป ที่เหลือก็คงต้องหาเงินช่วยคุณมะระจ่ายค่าพื้นที่ต่อไป :P



หากมองกลับกันว่าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่มี Critical สูง เกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ มีมูลค่าความเสียหายมาก คุณจะป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องคิดกันก่อน คิดให้ตกผลึกและหาวิธีการรองรับ เรื่อง Disaster Recovery อยู่ใน Trends ของ Gartner เมื่อตอน 911 ซึ่งตอนนั้น Trends นี้รุนแรงมากและเป็นกรณีศึกษาที่ดี หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในไทย Disaster Recovery และ Business Continuity ก็คงเป็น Trends ที่สำคัญอย่างหนึ่งที่หลายธุรกิจจะต้องหาวิธีการมารองรับ หากคุณยังไม่มีแผนการเหล่านี้ลองหาที่ปรึกษาเกี่ยวกับ Business Continuity ดูครับ ซึ่งปีนี้น้ำจะท่วม แผ่นดินจะไหว ปลาโค่ยยักษ์จะพลิกตัวอีกหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ;)


Tablet เด็กประถม สื่อการเรียนการสอนและการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม

เวลาอ่านข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็มักจะมีนักวิชาการให้ข้อสังเกตต่างๆ นานา ในเรื่องการใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น Tablet, Netbook, Notebook, อินเตอร์เน็ต ในการเรียนการสอนในโรงเรียน มีหลายประเด็นยังเป็นข้อถกเถียงอยู่เสมอๆ เช่น




  • ไม่เหมาะสม

  • เสียสุขภาพ

  • เครื่องไม้เครื่องมือไม่ได้ช่วยให้เด็กเก่งขึ้น

  • การศึกษาล้มเหลว

  • ฯลฯ



ผมมองว่าข้อสังเกตข้างต้นมันก็มีเหตุผลในตัว แต่ผมมองสิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ การจัดการเรียนการสอนของบ้านเราไม่เกื้อหนุนกับการใช้เครื่องไม้เครื่องมือมากนักและการใช้สื่อหรือเครื่องมือที่ไม่เหมาะสม ผมมักจะนึกถึงการ์ตูน iampetdo 2 เรื่องนี้





ผมมักนึกถึงเรื่อง One Labtop per Child (OLPC) และสาเหตุที่ OLPC ใช้ไม่ได้ในประเทศไทย จากสาเหตุที่ว่า OLPC ลง Windows ไม่ได้ T_T ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ตลกดีครับ อีกเรื่องนึงเป็นเรื่องการลงทุนอย่างมหาศาลของ Intel ในเรื่อง เครื่อง Class Mate PC ที่หาโรงเรียนนำร่องเพื่อเป็นต้นแบบ แปลเนื้อหา e-learning จากประเทศอังกฤษในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นภาษาไทยให้ด้วย และสุดท้ายก็หายเงียบไป Class Mate PC จมหายไปกับกาลเวลา เรื่องเหล่านี้ทำให้ผมคิดว่า "อะไรที่เจ๋งๆ อาจจะใช้ไม่ได้ในประเทศไทย" ก็เพราะ 2 เหตุผลหลักคือ




  • กระบวนการจัดการเรียนการสอนไม่เกื้อหนุน

  • สื่อการเรียนการสอนไม่เหมาะสม



สมมุติว่า Tablet ที่จะแจกเด็กประถมเป็น Tablet ที่สามารถอ่าน E-Book ได้เหมือนอ่านหนังสือจริงๆ คำถามคืออ่าน E-Book ได้แล้วยังไง? ปกติหนังสือที่เป็นเล่มๆ ยังเปิดอ่านกันยากมากๆ E-Book ที่พลิกหน้ากระดาษไปมาได้บนหน้าจอ ที่ไม่ได้ให้ความแตกต่างจากหนังสือที่เป็นเล่มๆ จะช่วยให้การเรียนการสอนดีขึ้นได้อย่างไร? นี่คือประเด็นที่ผมยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้



มีท่านผู้รู้หลายท่านแนะนำว่าสื่อการเรียนการสอนควรเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ผมก็จะตั้งคำถามว่า คุณครูเป็นผู้ออกแบบการเรียนการสอน หากคุณครูผู้สอนรู้จักการประยุกต์ใช้สื่อหรือมีกิจกรรมการเรียนการสอนที่สามารถนำเอาสื่อเหล่านี้มาช่วยในการเรียนการสอนได้ ก็คงเป็นเรื่องที่ดี ผมอยากให้ดู Video นี้





หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า ขาย Chrome Book เหรอ? แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นคือ เขาจัดการเรียนการสอนโดยใช้เครื่องมืออย่าง Chrome Book ได้อย่างไร? ไม่ได้มีสื่อ Multimedia ที่หรูหรา มีแต่ Slide ใน Google Presentation เขาทำได้อย่างไร? เขาทำได้อย่างไร? แล้วเราล่ะ เราจะทำอย่างไร? นั่นเป็นประเด็นปัญหาที่ต้องขบคิด ทั้ง OLPC, Class Mate PC มาจนถึง Tablet เด็กประถม เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง?




  • การจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมในชั้นเรียนดีขึ้นแล้วหรือยัง?

  • รู้จักการประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอนแล้วหรือยัง?

  • สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนเพื่อให้เกิดกระบวนการคิดและการแก้ปัญหาแล้วหรือยัง?



มีปัญหาหลายอย่างที่เรายังไม่ได้แก้ไข บางทีสิ่งเหล่านี้อาจบ่งบอกถึง "ความไม่พร้อม" ทางด้านการศึกษาก็เป็นได้ เรื่องเหล่านี้ควรได้รับการแก้ไขเพื่อการใช้เทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือที่คุ้มค่าและมีประโยชน์อย่างแท้จริง มีท่านผู้รู้ท่านนึงบอกกับผมว่า "จอมยุทธที่เก่ง ใช้แค่กิ่งไม้ก็เป็นอาวุธได้" แต่ผมอยากเห็น "จอมยุทธที่เก่ง ใช้กระบี่วิเศษสร้างสิ่งที่มหัศจรรย์ได้" ก็คงได้รอดูกันต่อไปครับ


เก็บตกเรียน Ubuntu กับสำนักความปลอดภัยฯ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ผมได้มีโอกาสไปเป็นผู้ช่วยวิทยากร และช่างภาพจำเป็นเนื่องจากที่ฝ่ายเวลาไปบรรยายหรือไปฝึกอบรมมักจะไม่มีภาพถ่ายที่ระลึกก็เลยได้ไปถ่ายภาพให้ วันนี้เป็นคลาสเรียน Ubuntu กับสำนักความปลอดภัยฯ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ครับ ซึ่งบรรยากาศเป็นกันเองมาก ผู้เรียนไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านกับสิ่งใหม่อย่าง Ubuntu แต่กลับอยากเรียนรู้ที่จะใช้งานให้เป็น ส่วนผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายก็หาวิธีการว่าจะทำอย่างไร หากกรมฯ สั่งซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาแล้วไม่มี Windows ติดมาด้วยและไม่ต้องการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ก็เลยเกิดการจัดอบรมให้กับตัวแทนศูนย์ในเรื่องการใช้งาน Ubuntu ขึ้น ผู้เข้าอบรมเป็นตัวแทนศูนย์ในแต่ละจังหวัดซึ่งในอนาคตอันใกล้จะต้องได้ใช้ Ubuntu อย่างแน่นอน ทางส่วนกลางก็เลยวางแผนอบรมซะเลย :) การอบรมแบ่งเป็น 2 วัน วันแรกเป็นเรื่อง Ubuntu และวันที่สองเป็นเรื่อง LibreOffice บรรยากาศการอบรมสนุกมาก ไม่เครียด แรงต้านซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สไม่ค่อยมี มีแต่คนอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และกิจกรรมจัดได้น่ารักมากๆ ครับ ผมชอบมากๆ ต้องขอขอบคุณผู้จัดงาน ที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ และหวังว่าหน่วยงานของท่านจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับหน่วยงานอื่นๆ ในอนาคต ขอบคุณจริงๆ ครับ




ลงทะเบียน




ของแจกภายในงาน




ผู้เรียนวันนี้




ของแจกสุดน่ารัก




วิทยากรคุ้นๆ มั๊ย




ของแจกวิทยากร




แนะแนวทางแก้ปัญหา




ผู้เรียนทุกคนได้ Storage บน Cloud ฟรี!




แก้ปัญหาการตั้งรหัสผ่าน คือว่ามันยาวไป "จำไม่ได้"




TA เดินสองฝั่งเลย




วิทยากรวันนี้




ตัวนี้ของผมนะ จองๆ